ลงนามร่วมพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา

1.6K



ลงนามร่วมพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา

ประจิน”ลงนามเอ็มโอซี กองทัพเรือ ทุ่มงบ 200 ล้านบาท พัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ดันเป็นสนามบินเชิงพาณิชย์ แห่งที่ 3 รองรับผู้โดยสาร 3 ล้านคนต่อปี ในปี 60“

พล.อ.อ .ประจิน  จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอซี)ในโครงการการพัฒนาท่าอากาศยานอุ่ตะเภา  ให้เป็นท่าอากาศยานเชิงพาณิชย์แห่งที่ 3 ร่วมกับ กองทัพเรือ ว่า จะมีการส่งเสริมศักยภาพขีดความสามารถสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินเชิง พาณิชย์แห่งที่ 3  โดย กองทัพเรือพร้อมจัดสรรงบประมาณประมาณกว่า 200 ล้านบาทเพื่อมาสร้างและปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร ให้สามารถรองปริมาณผู้โดยสารเพิ่มเป็น 3 ล้านคนต่อปี จากเดิมที่มีเที่ยวบินเช่าเหมาลำขนผู้โดยสารเข้าออก  200,000คนต่อปีเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีแต่งตั้งคณะทำงานจำนวน3ชุดขึ้นมาขับเคลื่อนโครงการ คือ1.คณะทำงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในท่าอากาศยาน ทำหน้าที่ศึกษาแผนการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางกับอีก2 สนามบินคือ สนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ รวมทั้งพื้นที่ในจังหวัดใกล้เคียง โดยมีนายชาติชาย ทิพย์สุนาวี รองปลัดคมนาคม เป็นประธาน  2.คณะทำงานเชิงพาณิชย์เพื่อส่งเสริมกิจการของท่าอากาศยาน  เพื่อจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และความมั่นคงภายใต้ความเห็นของกองทัพ เรือ โดยมีนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดคมนาคม เป็นประธาน และ 3. คณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์  ที่มีนายวรเดช  หาญประเสริฐ รองปลัดคมนาคม  เป็นประธาน สำหรับแผนการดำเนินงานพัฒนาโครงการท่าอากาศยานอู่ตะเภา แบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือระยะที่1  ปี 58-60 เร่งรัดก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 เพื่อเพิ่มศักยภาพการรองรับผู้โดยสารจาก 200,000 คนต่อปีเป็น 3 ล้านคนต่อปี ในปี60 ซึ่งคาดว่าจะเสร็จในและเปิดให้บริการในปี 59 สำหรับระยะที่ 2  ปี 61-63 จะมีการเพิ่มการดำเนินการเชิงพาณิชย์ให้มากขึ้นหลังจากเปิดใช้อาคารผู้ โดยสารหลังที่ 2 โดยตั้งเป้าที่จะเพิ่มยอดจำนวนผู้โดยสารเป็น 5 ล้านคนต่อปี ส่วนระยะที่ 3 หลังปี 63 เป็นต้นไป จะเตรียมก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 2 ความยาวไม่ต่ำกว่า 2,700 เมตร พล.อ.อ.ประจิน กล่าวต่อว่า ในส่วนของการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ ภายในท่าอากาศยานอู่ตะเภานั้นต้องให้เป็นอำนาจการตัดสินใจของกองทัพเรือว่า จะมีให้บริการหรือไม่ เนื่องจากเป็นพื้นที่ของกองทัพเรือ  และ เป็นพื้นที่ความมั่นคง ส่วนการเร่งรัดก่อสร้างรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิ้งค์ เพื่อเชื่อมสนามบินดอนเมือง-สนามบินสุวรรณภูมิ ไปยังสนามบินอู่ตะเภานั้น ความเป็นไปได้โครงการน่าจะเริ่มได้ในช่วงของต้นปี 61 ของแผนขยายขีดความสามารถระยะที่ 2  ส่วนการบริหารสนามบินนั้น กองทัพเรือยืนยันที่จะบริหารจัดการเอง เนื่องจากมีประสบการบริหารมากนาน  ไม่ว่าจะเป็นการบริหารการควบคุมการจราจรทางอากาศ การให้บริการสนามบินเชิงพาณิชย์  แต่ในกรณีที่มีจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารเพิ่มขึ้น อาจจะมีการขอให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกด้านภาคพื้นด้วย“

 

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : http://www.dailynews.co.th/economic/325727

 

 

sendLINE

Comment