Thailand 4.0 สูตรสำเร็จในการก้าวไปข้างหน้า

2.9K



ในช่วงนี้หากใครไม่รู้จักคำว่า “Thailand 4.0” เรียกได้ว่าตกยุคคงจะไม่อินเทรนด์แน่นอน เพราะเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยโมเดลรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นความมุ่งมันอันร้อนแรงของนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และทีมรัฐบาลที่ต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่เป้าหมาย “Value-Based Economy” หรือ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม” การเปลี่ยนจากสินค้า “โภคภัณฑ์” ไปสู่สินค้าเชิง “นวัตกรรม”

ภายใต้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม จากโมเดล “Thailand 4.0” เพื่อมุ่งไปสู่ New Engines of Growth เป้าหมายภายใน 5-6 ปีนับจากนี้ ส่งผลให้เกิดกระแสนวัตกรรม-เทคโนโลยี สตาร์ทอัป เข้ามามีอิทธิพลต่อภาคธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะภาคการเงินการธนาคารที่จะเห็นการปรับตัวรับกระแส Thailand 4.0 ผ่านนวัตกรรมทางการเงินจ้าละหวั่น เพื่อไม่ให้ตกยุคตกเทรนด์ตามเพื่อนหรือคู่แข่งไม่ทัน ซึ่งคำที่มักจะได้ยินบ่อยๆ จนคุ้นหู คือ ฟินเทค หรือ Financial Technology ที่หลายสถาบันการเงินมักนำมาเชื่อมโยงการให้บริการทางการเงินกับลูกค้าของธนาคารผ่านระบบออนไลน์เพิ่มมากขึ้น


image : http://appsbuilderblog.azurewebsites.net/wp-content/uploads/2015/05/push-campaigns.png

สอดคล้องกับแผนพัฒนาระบบการชำระเงินแห่งชาติ (National e-Payment) ซึ่งเป็นหนึ่งในโรดแมปสำคัญของภาครัฐและหน่วยงานสำคัญของชาติร่วมกันผลักดันให้ไทยก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ซึ่งโครงการสำคัญที่เป็นจุดเริ่มต้นและกำลังดำเนินอยู่เพื่อให้ไปสู่จุดมุ่งหมายปลายทาง จะเป็นโครงการไหนไม่ได้นอกจากบริการ "รับโอนเงินรูปแบบใหม่" หรือ "พร้อมเพย์" (Promptpay) โดยเริ่มต้นจากธุรกรรมบุคคลต่อบุคคลก่อน เพียงใช้หมายเลขโทรศัพท์มือถือ หรือบัตรประชาชนก็สามารถทำธุรกรรมได้อย่างง่ายดาย ถือว่าเป็นการต่อยอดการทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ที่มีค่าธรรมเนียมถูกและเริ่มต้นเพียง 2 บาทต่อวงเงินการโอนไม่เกิน 5,000 บาทต่อรายการ หากวงเงินต่ำกว่า 5,000 บาทไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ซึ่งดึงดูดให้คนไทยหันมาใช้บริการรับโอนเงินผ่านพร้อมเพย์ นอกจากจะขับเคลื่อนสู่เป้าหมายสังคมไร้เงินสด แต่ยังเป็นการช่วยลดต้นทุนการเงินของชาติในการบริหารจัดการเงินสดที่ค่อนข้างสูงปีละหลายแสนล้านบาทให้ปรับลดลงด้วย และตอนนี้กำลังขยายไปสู่พร้อมเพย์นิติบุคคล ซึ่งเป็นการยกระดับธุรกรรมการเงินออนไลน์ในยุคดิจิทัลจากบุคคลไปสู่ภาคธุรกิจ

ดังนั้น ภาคธนาคารในยุค Thailand 4.0 ทุกแห่งจะมุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่อิงกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นหลัก ซึ่งนวัตกรรมที่เข้าถึงลูกค้าและประชาชนได้กว้างและครอบคลุมมากในเวลาอันสั้นคงหนีไม่พ้นโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือสมาร์ทโฟนที่ตอนนี้นับว่าเป็นปัจจัยที่ 5 ที่หลายคนขาดไม่ได้ จะเห็นว่าสถาบันการเงินต่างๆ แข่งขันคิดค้นและพัฒนาการทำธุรกรรมจากรูปแบบดั้งเดิมที่ต้องเดินไปสาขาก็ย่อขนาดไปสู่แอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนที่สามารถทำธุรกรรมออนไลน์ได้ทุกทีทุกเวลา สะดวกรวดเร็วและปลอดภัยเหมือนทำธุรกรรมในสาขา และในอนาคตอาจจะเห็นรูปแบบการบริการใหม่ๆ ออกมามากมาย เช่น การขอสินเชื่อผ่านออนไลน์ (E-Lending) การเปิดบัญชีธนาคารโดยสามารถยืนยันตัวตนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-KYC) รวมถึงอนาคตอันใกล้จะเห็นการพัฒนาโดยนำหุ่นยนต์มาช่วยการวางแผนการเงินโดยใช้ฐานข้อมูล (Big Data) มาวิเคราะห์ข้อมูลผ่านระบบ Machine Learning

ที่มาข่าวจาก : http://www.thansettakij.com/content/160069
ภาพประกอบ :
https://static.pexels.com/photos/17663/pexels-photo.jpg


ASEAN FAIR 2017 งานที่คุณสามารถขายสินค้า หาตัวแทน สร้างเครือข่าย ขยายธุรกิจ สร้างมูลค่าได้มากกว่า 1800 ล้านบาท
ภายใน 3 วัน  พบกัน
13-15 ตุลาคม 2560 ณ สะหวันไอเตค แขวงสะหวันนะเขต


ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ :
Tel. : 02-192-1685-6
Fax : 02-192-1689
Mobile :  086-310-2493 (K.แอม), 086-303-5847 (K.ตั้ม)
e-Mail : marketing@thaipurchasing.com

@Line THAIPURCHASING

sendLINE

Comment