WHA เล็งปักฐาน ธุรกิจ โลจิสติกส์ใน สปป.ลาว

2.8K



เมื่อเร็วๆนี้นักธุรกิจกว่า 10 รายมีโอกาสร่วมคณะไปเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) กับรัฐบาลนำโดยดร. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งรอบนี้ทางภาครัฐบาลมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ความร่วมมือด้านต่างๆระหว่างภาครัฐบาลไทยและลาวหลายฉบับเป็นความร่วมมือหลายๆด้าน มีทั้งด้านการท่องเที่ยว เอสเอ็มอีและภาคอุตสาหกรรม

หนึ่งในจำนวนนักธุรกิจที่ร่วมคณะไปด้วย มี จรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) หรือ WHA (กลุ่มเหมราชเดิม) โดยซีอีโอWHAให้สัมภาษณ์ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงลู่ทางการลงทุนในสปป.ลาวและความเคลื่อนไหวในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี

ซีอีโอ WHA กล่าวว่า ภาคเอกชนที่ไปกับคณะ ก็มีกลุ่มช.การช่าง อิตัลไทย กลุ่มเซ็นทรัล เหล่านี้มีทั้งเข้าไปแล้วและกำลังดูลู่ทางกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมก็มี WHA และกลุ่มอมตะ โดยเอ็มโอยู ระหว่างรัฐต่อรัฐรอบนี้ ที่เห็นก็มีด้านท่องเที่ยว กับเอสเอ็มอี เช่น สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ความร่วมมือด้าน SMEs ร่วมกับ 3 องค์กรหลักภาคเอกชน ของ สปป.ลาว ได้แก่ หอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว สมาคมนักธุรกิจแม่หญิงลาว และสมาคมธุรกิจหนุ่มแห่งชาติลาว และยังมี MOU ระหว่างกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) และสำนักงานส่งเสริม SMEs สปป.ลาว ซึ่งเป็นการลงนามความร่วมมือหน่วยงานรัฐด้าน SMEs

WHA สนใจลงทุนลาว
ในแง่ของ WHA มองว่าสปป.ลาวน่าสนใจ เพราะที่ผ่านมาเราไม่ค่อยพูดถึงกันมาก ตอนนี้ก็มีการพูดถึง One Belt One Road หรือเส้นทางเชื่อมการค้าของจีน (เส้นทางสายไหม) ลาวก็น่าสนใจขึ้นมาทันที เพราะภาพโลจิสติกส์ ทางรถไฟจากจีน มาลาวเชื่อมโยงต่อเนื่องมาถึงไทยเวียดนาม ดังนั้นถ้ามองในภาพของโลจิสติกส์ ก็น่าสนใจ ซึ่งเดิมที WHA ก็มีการลงทุนในประเทศนี้อยู่แล้ว ลงทุนด้านโรงไฟฟ้าขนาด 125 เมกะวัตต์ ลงทุนมาหลายปีแล้ว ซึ่งเราก็มีการร่วมทุนกับรัฐบาลสปป.ลาวด้วยเพียงแต่ที่ผ่านมาเรายังไม่ได้เข้าไปมาก ถ้าWHAเข้าไปก็มองว่าธุรกิจโลจิสติกส์น่าจะโดดเด่นและการต่อยอดด้านพลังงานรวมถึงทำนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งธุรกิจหลังนี้เรายังไม่ได้เข้าไปลงทุนที่สปป.ลาวเลย ซึ่งตอนนี้ภาพการลงทุนของไทยในลาวที่เคยเป็นอันดับ 1 ตอนนี้ก็เป็นอันดับ 3 โดยจีนขึ้นมาเป็นผู้ลงทุนมากเป็นอันดับ 1 ซึ่งนายกรัฐมนตรีสปป.ลาวก็ขอให้ไทยกลับมามองเรื่องการลงทุนให้มากขึ้น

หลังจากนี้ไปจะทำการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน ที่สปป.ลาว โดยจะใช้เวลาราว 6 เดือนนับจากนี้ไป และต้นปี 2561 น่าจะเริ่มตัดสินใจได้ว่าควรจะเข้าไปลงทุนในกลุ่มไหนก่อน เพราะเวลานี้มีหลายเรื่องที่น่าสนใจ โดยเบื้องต้นน่าจะโฟกัสไปที่โลจิสติกส์กับพลังงานก่อน ตอนนี้ลาวก็มีการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้น มีประชากรมากขึ้นก็ต้องนำเข้าพลังงาน ขณะเดียวกันบางเมืองที่ลาวก็มีการส่งออกพลังงานอยู่ด้วย ตอนนี้เมืองเขาขยาย มีประชากร 7 ล้านคน จีดีพีโตสูงกว่าไทย มีทรัพยากรธรรมชาติมาก มีเขื่อน 400 เขื่อน

++รัฐปลดล็อกเร่งเครื่อง
สำหรับความคืบหน้าอีอีซี ก็ชัดเจนขึ้นมาก หลังจากที่ใช้ม.44 เพื่อให้เร็วขึ้นในแง่พีพีพี (รัฐลงทุนร่วมกับภาคเอกชน)ให้เป็นซูเปอร์ฟาสต์แทร็กให้เสร็จภายใน 8-10 เดือน เพราะพีพีพีมันมีเรื่องอีไอเอ อีเอชไอเอด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งใช้เวลา เช่นเดียวกับการปลดล็อกเรื่องการถือหุ้นที่ล่าสุดในอุตสาหกรรมอากาศยานที่ยอมให้ต่างชาติถือหุ้นมากกว่า 50% ก็ทำให้ต่างชาติสนใจมากขึ้น เพราะเขาเป็นเจ้าของเทคโนโลยีคนไทยก็ได้รับการถ่ายทอดทางเทคโนโลยี และเป็นหนึ่งใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ที่รัฐบาลโปรโมตอยู่

ในแง่ WHA ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้เทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่แล้วยังไม่ขยับมาก ยังนิ่งๆอยู่แต่เราก็ขายพื้นที่ได้แล้วกว่า 500ไร่ แต่ต้องจับตาไตรมาส 2 นี้ จะน่าสนใจมาก เพราะจะมีลูกค้าเข้ามาพบเรามากขึ้น ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ WHA ปรับเป้าการขายพื้นที่ใหม่จาก 1,000 ไร่ มาเป็น 1,400ไร่ โดยที่ดินเกือบ 100% อยู่ในพื้นที่อีอีซีอยู่แล้ว โดยเรามีที่ดินทั้งหมด 46,000 ไร่ ขายไปแล้ว35,000 ไร่ เรามีที่ดินพร้อมขายอีกราว 11,000 ไร่ ที่สำคัญที่ดินส่วนนี้เราได้อีไอเอแล้ว

++ไตรมาส 2 สัญญาณดี
สำหรับไตรมาส 2 จะเกิดการโอนที่ดินมาก ขณะนี้มีลูกค้าที่เดินมาหาเพื่อจะลงทุนในอีอีซีจำนวนมาก และส่วนใหญ่จะกระจายการลงทุนอยู่ใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ ปกติการซื้อขายที่ดิน จะใช้เวลาพิจารณา 5-12 เดือน ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ และมั่นใจว่าจะชัดเจนอีกไม่เกิน 5-6 เดือนนี้ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เราต้องปรับเป้าใหม่ โดยมั่นใจว่าในช่วงไตรมาส 3 นี้น่าจะทำได้ตามเป้าแล้ว

นอกจากนี้จรีพรยังมองกรณีการเข้ามาเซอร์เวย์ของกลุ่มอาลีบาบา โดยส่วนตัวเชื่อว่าน่าจะมาใช้ไทยเป็นฐานในแง่การเป็นฮับ เพราะเราเหมาะสมในแง่การกระจายสินค้า และเครือข่ายระบบโครงสร้างพื้นฐาน ระบบดิจิตอล การใช้อินเตอร์เน็ตในบ้านเราก็มาก เหล่านี้จะซัพพอตอีคอม-เมิร์ซได้ และรัฐบาลไทยก็ส่งเสริมเรื่องเหล่านี้ และคิดว่าอาลีบาบา ยังคุยอยู่กับรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงข้อกังวลหลังเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ นโยบายอีอีซี อาจไม่เกิดการสานต่อ ซีอีโอ WHA มองว่ารัฐบาลชุดนี้ฟังเอกชนเยอะขึ้นซึ่งที่ผ่านมาหลายคนก็ถามว่าเมื่อเปลี่ยนรัฐบาลนโยบายอีอีซียังเดินต่อไปหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้มองว่าการที่รัฐบาลจะออกกฎหมายและนำเรื่องเข้าไปอยู่ในแผนสภาพัฒน์ฉบับที่ 12 แล้ว น่าจะทำให้มั่นใจมากขึ้นว่านโยบายต้องเดินหน้าต่อไป แต่เนื่องจากขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่จะออกมาเป็นกฎหมายถ้าตรงนี้เรียบร้อยม.44 ก็ยกเลิกไป ใช้กฎหมายที่มีเดินเรื่องต่อ

“เชื่อว่าต่อให้มีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาก็ต้องฟังเสียงภาคเอกชน เพราะนโยบายอีอีซีรอบนี้เกิดจากความร่วมมือของเอกชนเยอะมาก เป็นประโยชน์ของประเทศ ไม่ใช่ประโยชน์จากนักการเมืองคนใดคนหนึ่ง ดังจะเห็นว่าตอนนี้รัฐบาลเร่ง 5 โปรเจ็กต์ที่จะต้องทำก่อน เช่นอู่ตะเภา รถไฟ ท่าเรือ”

ถือว่านโยบายอีอีซีมีความคืบหน้าไปมากแล้ว โดยเฉพาะในแง่พื้นที่ กฎหมาย การลงทุนและคนที่มีองค์ความรู้รองรับซึ่งรัฐบาลก็ยอมให้นำเข้าคนที่มีความเชี่ยวชาญ เข้ามาได้ และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้คนของเราร่วมถึงภาคเอกชน เช่น WHA ก็ร่วมกับกระทรวงแรงงานและสถาบันการศึกษาในการเทรนนิ่งคน โดยตั้งเป้าไว้ว่าภายใน 1 ปีจะต้องเทรนคนจำนวน 1 แสนคนต่อปี ซึ่งได้เริ่มมาตั้งแต่ปลายปี 2559 ขณะนี้มีการเทรนคนแล้วกว่า 6 หมื่นคน โดยเอาคนในพื้นที่รอบๆนิคมอุตสหกรรมมาฝึกอบรม เพราะต่อไปคนจะต้องมีองค์ความรู้ในเรื่องเทคโนโลยีมากขึ้น

ที่มาข่าวจาก: หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 11 - 14 มิถุนายน พ.ศ. 2560
ภาพประกอบ :
https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2017/05/คุณจรีพร-จารุกรสกุล.jpg, http://www.wha.co.th/src/images/project/built/officemate/01.jpg


ASEAN FAIR 2017 งานที่คุณสามารถขายสินค้า หาตัวแทน สร้างเครือข่าย ขยายธุรกิจ สร้างมูลค่าได้มากกว่า 1800 ล้านบาท
ภายใน 3 วัน  พบกัน
13-15 ตุลาคม 2560 ณ สะหวันไอเตค แขวงสะหวันนะเขต


ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ :
Tel. : 02-192-1685-6
Fax : 02-192-1689
Mobile :  086-310-2493 (K.แอม), 086-303-5847 (K.ตั้ม)
e-Mail : marketing@thaipurchasing.com

@Line THAIPURCHASING

sendLINE

Comment