มองกัมพูชาในมุมใหม่ พลังคนหนุ่มสาวสร้างการเปลี่ยนแปลง

1.5K



4 มิถุนายน 2560 ประชาชนชาวกัมพูชาได้มีโอกาสไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งระดับท้องถิ่นกันแล้ว ถือเป็นการอุ่นเครื่องก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหญ่ทั่วประเทศในวันที่ 22 กรกฎาคมปีหน้า (2561) ขณะที่ผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 มิถุนายนนี้ แต่พรรคกู้ชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) ที่เป็นแกนนำฝ่ายค้านก็มั่นอกมั่นใจว่าจะกวาดคะแนนเสียงเพิ่มขึ้น และน่าจะเป็นชัยชนะที่นำไปสู่การพลิกล๊อคในศึกเลือกตั้งครั้งใหญ่ในปีหน้าก็เป็นได้

กัมพูชาในยุคนี้ นับเป็นประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีเศรษฐกิจเติบโตรุดหน้า การขยายตัวของจีดีพีในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอยู่ในระดับ 6-7% ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นผลงานภายใต้การบริหารประเทศของพรรคประชาชนกัมพูชา (ซีพีพี) นำโดยสมเด็จฮุน เซน ที่ครองอำนาจมายาวนานเกือบ 3 ทศวรรษ ความต่อเนื่องของนโยบายในการบริหารประเทศด้านต่างๆประกอบกับเสถียรภาพของรัฐบาลเป็นปัจจัยที่เสริมหนุนให้กัมพูชาเปล่งศักยภาพทางเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่ กลายเป็นฐานการผลิตที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติปีละเกือบๆ 462 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ข้อมูลล่าสุดของปี 2559 จากสำนักงานคณะกรรมการการลงทุนกัมพูชา) หรือเพิ่มขึ้น 33.89% เมื่อเทียบกับปี 2558 โดยมีญี่ปุ่นเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุด ขณะที่เพื่อนบ้านใกล้ชิดอย่างไทย ตามมาเป็นอันดับที่ 6 ด้วยมูลค่าการลงทุน 26.46 ล้านดอลลาร์

การเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นในกัมพูชาจะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจในภาพรวมอย่างไร และจะเปิดโอกาสใหม่ๆอะไรบ้างให้กับผู้ประกอบการชาวไทย พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ นายกสมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชา ได้ไขข้อข้องใจและให้แง่คิดมุมมองที่น่าสนใจเอาไว้ดังนี้

 

พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ นายกสมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชา

พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ นายกสมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชา



  - พลวัตรของเลือดใหม่
เศรษฐกิจกัมพูชามีการเติบโตที่อัตรา 7% ต่อเนื่องมา 3-4 ปีแล้ว และมีแนวโน้มจะยังโตที่ 7-8% ไปเรื่อยๆอีกหลายปี ที่เป็นเช่นนี้เพราะมีหลากปัจจัยสนับสนุน เช่น ประการแรกเลย กัมพูชาเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ต้นทุนแรงงานก็ยังถูกอยู่ มีแรงงานวัยหนุ่มสาวเป็นจำนวนมาก ส่วนสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านต่างๆแม้จะยังไม่ดีมากนัก แต่ก็มีน้ำมาก เหมาะสำหรับทำการประมง การขนส่ง และการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ ในระยะหลายปีมานี้ เศรษฐกิจในภูมิภาคต่างๆชะลอตัว เช่นในยุโรป ทำให้ภูมิภาคอาเซียนเป็นที่น่าสนใจในสายตานักลงทุน โดยเฉพาะในอนุภูมิภาคซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) กัมพูชาก็มีความโดดเด่นขึ้นมา แม้ญี่ปุ่นจะเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ แต่จีนก็เป็นประเทศที่กำลังรุกเข้ามาหนักมากในกัมพูชา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะวิสาหกิจขนาดใหญ่ที่ไม่ทำกำไรถูกปิดลงมากในจีน ผลักดันให้บางอุตสาหกรรมที่ไม่มีอนาคตในจีนเองต้องมุ่งหน้าออกมาสู่อาเซียน และกัมพูชาก็เป็นจุดหมายปลายทางรองรับการลงทุนจีน โดยมีการให้สัมปทานโครงการใหญ่หลายโครงการแก่บริษัทจีน อาทิ เขตเศรษฐกิจพิเศษสีหนุวิลล์ ที่เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกัมพูชา ก็เป็นโครงการลงทุนของจีน นอกจากนี้ บริษัทก่อสร้างของจีนยังกำลังก่อสร้างอาคาร “พนมเปญ ทาวเวอร์”ที่จะได้ชื่อว่า “สูงที่สุดในอาเซียน” ในกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชาอีกด้วย ความคึกคักของโครงการเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตรของเศรษฐกิจกัมพูชาที่เชื่อว่าจะขยายตัวอย่างรวแร็วต่อไปในระยะ 3-7 ปีข้างหน้า

“กัมพูชาเป็นสังคมของคนหนุ่มสาว โอกาสเศรษฐกิจที่เปิดกว้างทำให้เกิดผู้ประกอบการรุ่นใหม่ๆขึ้นมา เช่นเดียวกับในแวดวงการเมือง ที่กำลังมีเลือดใหม่เกิดขึ้นรับช่วงต่อจากคนรุ่นก่อนๆ” ทั้งนี้ เชื่อว่าการเลือกตั้งที่ได้เกิดขึ้นแล้วในระดับท้องถิ่น และที่กำลังจะมีขึ้นในปีหน้าจะสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่อยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลง “บางคนยังไม่รู้ว่าจะเลือกใคร รู้แต่ว่าเอาใครก็ได้ที่ไม่ใช่พรรคซีพีพี(ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลปัจจุบัน)”

 


images :
http://mycambodiatravel.com/wp-content/uploads/2015/09/phnom-penh-tour_sinhcafe-travel.jpg

  - มิตรภาพสลายทุกปัญหา
แต่กระแสเรียกร้องอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้ อาจจะไม่ก่อให้เกิดการพลิกล๊อคปุบปับในสังเวียนการเลือกตั้ง เพราะต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า สมเด็จฮุนเซนและพรรคซีพีพีครองอำนาจการบริหารและวางรากฐานเพื่อการสืบทอดอำนาจมานาน ที่สำคัญคือสมเด็จฮุนเซนเองก็เข้าใจและตระหนักถึง “พลังของคนหนุ่มสาว” จึงได้วางตัวให้ลูกๆ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง จบการศึกษาจากต่างประเทศ เข้ามาสานต่องานในด้านต่างๆ ยกตัวอย่าง นายฮุนมะเน็ด บุตรคนโตจบจากโรงเรียนนายร้อยเวสต์พอยต์ สหรัฐอเมริกา ก็มาสืบสานงานด้านกองทัพ ส่วนฮุน มะนี บุตรชายคนรอง จบด้านเศรษฐศาสตร์และการเงินจากอเมริกาเช่นกัน ก็เข้าดูแลการสร้างเครือข่ายยุวชนคนรุ่นใหม่ของกัมพูชา ซึ่งลงลึกถึงระดับท้องถิ่น มีการสร้างกิจกรรมสหพันธ์เยาวชนกัมพูชาทั่วประเทศ มีหนุ่มสาวไฟแรงลูกคนดังในแวดวงการเมือง เช่น ลูกรองนายกรัฐมนตรี ลูกรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ เป็นสมาชิก เกิดเป็นเครือข่ายคนรุ่นใหม่ นักเรียนนอก มีการศึกษาสูง ร่วมจับมือกันขับเคลื่อนกิจกรรมด้านต่างๆ

“ตรงจุดนี้ ผมอยากให้เราได้มองเห็นถึงกระแสพลังคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ของกัมพูชาที่จะเป็นกำลังสำคัญขับเคลื่อนความเจริญก้าวหน้าของประเทศต่อไปในอนาคต เมื่อเร็วๆนี้ ทางสมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชา ก็เพิ่งจัดกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์อันดีผ่านการแข่งขันฟุตบอล ปรากฏว่าประสบความสำเร็จมาก มีผู้ชมเข้าชมล้นหลาม ปีหน้าเราจึงมีแผนจะจัดการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรไทย-กัมพูชาขึ้นอีกโดยเราจะนำทีมบุรีรัมย์ยูไนเต็ดไปแข่งที่นั่น”

พล.อ.วิชิตยังกล่าวด้วยว่าเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ได้มีการจัดคณะนักธุรกิจคนรุ่นใหม่ของไทยไปร่วมงาน Thai-Cambodian Young Leaders Forum ที่กรุงพนมเปญ ก็ประสบความสำเร็จด้วยดี โดยทางสหพันธ์เยาวชนกัมพูชานำโดยนายฮุน มะนี ได้มาร่วมงาน และมีความเห็นร่วมกันว่า อนาคตนั้นอยู่ในมือของคนรุ่นใหม่ ที่จะสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศชาติและภูมิภาคอาเซียนต่อไป “การสร้างความรู้สึกเป็นญาติเป็นมิตรกันก่อน สร้างความรู้จักมักคุ้นและไว้วางใจกัน จะทำให้ปัญหาใดๆก็ตามที่มีอยู่ สามารถแก้ไขได้ในที่สุด ผมอยากให้ผู้ประกอบการของไทยเรา ไปตั้งโรงงานที่นั่น ไปเป็นหุ้นส่วนธุรกิจ สร้างมิตรภาพไทย-กัมพูชาให้เกิดขึ้น อยากให้มองว่าธุรกิจของไทยจะให้อะไรกับสังคมกัมพูชาได้บ้าง ความรู้สึกเช่นนี้จะก่อให้เกิดความสัมพันธ์และความร่วมมือที่มั่นคงแข็งแรง และยั่งยืน”

ที่มาข่าวจาก : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 11 - 14 มิถุนายน 2560
ภาพประกอบ :
https://www.bestpricevn.com/images/guides/origin/57396e30d3913.jpg


ASEAN FAIR 2017 งานที่คุณสามารถขายสินค้า หาตัวแทน สร้างเครือข่าย ขยายธุรกิจ สร้างมูลค่าได้มากกว่า 1800 ล้านบาท
ภายใน 3 วัน  พบกัน
13-15 ตุลาคม 2560 ณ สะหวันไอเตค แขวงสะหวันนะเขต


ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ :
Tel. : 02-192-1685-6
Fax : 02-192-1689
Mobile :  086-310-2493 (K.แอม), 086-303-5847 (K.ตั้ม)
e-Mail : marketing@thaipurchasing.com

@Line THAIPURCHASING

sendLINE

Comment