K-Bank กสิกรไทย หนุนบุกเวียดนาม-เมียนมา

2.4K



กสิกรไทยลุยต่อเนื่องธุรกิจต่างประเทศ คาดปีนี้ได้ไลเซนส์แบงก์ท้องถิ่นจีน ตั้งเป้าโตสินเชื่อ 5% จากพอร์ต 2 พันล้านหยวน เน้นเจาะกลุ่มอุปโภคบริโภค-พลังงานสะอาด ระบุ เวียดนาม-เมียนมาตลาดมีศักยภาพ หนุนลูกค้าลงทุน-ทำธุรกรรมข้ามชาติ

นายพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลยุทธ์การขยายธุรกิจไปในต่างประเทศ ธนาคารยังคงให้ความสำคัญและพยายามขยายไปต่างประเทศ ส่วนรูปแบบที่จะไปนั้นอาจจะมีได้หลายแบบซึ่งขึ้นอยู่กับทางการและกฎระเบียบของประเทศนั้นๆ เช่น การขยายสาขาธนาคารเต็มรูปแบบ รูปแบบระบบของดิจิตอลแฟลตฟอร์ม หรือผสมผสานกัน เป็นต้น

อย่างไรก็ตามในปีนี้ไฮไลต์นอกจากประเทศจีนแล้ว จะเป็นประเทศเวียดนามและเมียนมาที่ธนาคารขยายธุรกิจต่อเนื่อง ส่วนอินโดนีเซีย อาจจะต้องรอจังหวะและเวลา โดยอาจจะต้องเกิดจากความร่วมมือของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และธนาคารจึงจะเข้าไปดูโอกาสตรงนั้น

 

พิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

พิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)



สำหรับประเทศจีน อัตราการเติบโตสินเชื่อยังเป็นปกติประมาณ 5-6% ซึ่งใกล้เคียงกับพอร์ตการเติบโตของไทย แต่จะเห็นการเติบโตของธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศ (Trade Finance) ขยายตัวค่อนข้างดีตามการส่งออกที่ขยับตัวดีขึ้น และสัดส่วนการค้าระหว่างไทยและจีนสูงถึง 12-13%

ในช่วงที่ผ่านมาธนาคารไม่ได้เน้นการปล่อยสินเชื่อ แต่ให้นํ้าหนักกับการสร้างฐานธุรกิจให้แน่นขึ้น เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ หากได้รับการอนุมัติจากทางการจีนให้ธนาคารกสิกรไทยเป็นธนาคารท้องถิ่น (Local Bank) ได้ในภายในเร็วๆนี้
“เรายังพยายามทำต่อเนื่องในเรื่องของต่างประเทศ โดยดูจากความต้องการของทางการประเทศนั้นๆ เราไปได้ทั้งแบบ Digital และ Physical แต่ปีนี้ไฮไลต์น่าจะอยู่ที่เวียดนามและเมียนมา ส่วนจีนเราพยายามสร้างฐานให้แน่นขึ้น และจะเห็นว่าลูกค้าจีนมีปัญหาน้อยมาก หากได้รับอนุมัติไลเซนส์เป็นธนาคารท้องถิ่นเราก็สามารถเดินหน้าต่อได้”

นายภัทรพงศ์ กัณหสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า กระบวนการ พิจารณาไลเซนส์ที่จีนยังมีอีก 2 ขั้นตอนในการยกระดับหลังจากได้รับไลเซนส์ ขณะที่ธุรกิจในจีนเองเริ่มนิ่งหลังจากวูบวาบในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากเศรษฐกิจจีนเริ่มทรงตัว โดยที่จีดีพีขยายตัวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ประกอบกับภาคการส่งออกที่ขยายตัวดีขึ้นทำให้ภาพรวมธุรกิจในจีนเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น

แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจในจีนจะเริ่มทรงตัวมากขึ้น แต่ธนาคารยังคงระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อในจีนโดยจะเน้นปล่อยสินเชื่อในกลุ่มที่ไม่มีความเสี่ยง และมีการเดินธุรกรรมกับธนาคาร ซึ่งปัจจุบันจะเห็นกลุ่มนักลงทุนจีนออกมาลงทุนต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งธนาคารจะช่วยหาพันธมิตรทางธุรกิจให้กับนักลงทุนเหล่านี้ และการอำนวยความสะดวกในเรื่องของการทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ขณะที่สินเชื่ออาจจะไม่ได้มุ่งเน้นให้เติบโตมากนัก แต่ยังคงสนับสนุนในกลุ่มที่ยังขยายตัวได้ดี เช่น กลุ่มอุปโภคบริโภคภายในประเทศ และพลังงานสะอาด ซึ่งเป็น 2 กลุ่มหลักที่จะเน้น

ธนาคารตั้งเป้าเติบโตสินเชื่ออยู่ที่ 5% จากพอร์ตสินเชื่อคงค้างปัจจุบันอยู่ที่ 2,000 ล้านหยวน ส่วนธุรกิจเทรดไฟแนนซ์คาดว่าน่าจะขยายตัวเป็นบวกได้ตามภาคการส่งออกที่เติบโตทั้งปีน่าจะเติบโตได้ที่ระดับ 5-10% ส่วนธนาคารจะเติบโตประมาณ 5%

ขณะที่ภูมิภาคอาเซียนจะเห็นว่าประเทศที่มีศักยภาพทางด้านประชากรและทรัพยากร เศรษฐกิจที่ดีจะเป็นประเทศเวียดนามและเมียนมา ซึ่งปีนี้จะเห็นการขยายธุรกิจหรือให้ความสำคัญมาก และในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นสัญญาณการลงทุนในเวียดนามของบริษัทขนาดใหญ่เพิ่มมากขึ้น เช่น ธุรกิจรายย่อย ซื้อมาขายไป

ประกอบกับเวียดนามผ่อนคลายให้เอกชนเข้าไปลงทุนมากขึ้น แต่ต้องหาเซ็กเตอร์ในการลงทุนให้ถูก นับเป็นโอกาสของธนาคารที่จะช่วยลูกค้าในการหาพันธมิตรในเวียดนาม และดูแลเรื่องกฎหมายกฎระเบียบ รวมถึงสนับสนุนในการทำธุรกรรมการเงิน ทั้งขารับ-ขาจ่าย

ปัจจุบันธนาคารมีสำนักผู้แทนในเวียดนาม 2 แห่ง คือ กรุงฮานอย และโฮจิมินห์ รวมถึงการเป็นพันธมิตรกับธนาคารท้องถิ่นของเวียดนาม โดยอัตราการเติบโตธุรกิจในเวียดนามขยายตัวไม่น้อยกว่าจีดีพีของประเทศ

ส่วนประเทศเมียนมา จะเห็นอัตราการเติบโตต่อเนื่องโดยเฉพาะธุรกิจที่ติดชายแดน ทำให้มีปริมาณธุรกรรมค้าขายชายแดนมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น สอด คล้องกับนโยบายภาครัฐที่พยายามส่งเสริมการค้าขายในการสร้างระบบขนส่ง-โลจิสติกส์รองรับ อย่างไรก็ตามการยกระดับการเป็นสาขาอาจจะยังคงไม่เห็นภายในเร็วๆ นี้ เนื่องจากทางการเมียนมายังคุมเข้มธุรกิจ และเพิ่งจะให้ใบอนุญาตธนาคารเข้าไปทำธุรกิจ จึงคาดว่าคงใช้เวลาอีกสักระยะจะมีการเปิดให้ขอใบอนุญาตอีกรอบโดยปัจจุบันธนาคารมีสำนักผู้แทน 1 แห่งในย่างกุ้ง

ที่มาข่าวจาก : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 25 - 28 มิ.ย. 60


ASEAN FAIR 2017 งานที่คุณสามารถขายสินค้า หาตัวแทน สร้างเครือข่าย ขยายธุรกิจ สร้างมูลค่าได้มากกว่า 1800 ล้านบาท
ภายใน 3 วัน  พบกัน
13-15 ตุลาคม 2560 ณ สะหวันไอเตค แขวงสะหวันนะเขต


ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ :
Tel. : 02-192-1685-6
Fax : 02-192-1689
Mobile :  086-310-2493 (K.แอม), 086-303-5847 (K.ตั้ม)
e-Mail : marketing@thaipurchasing.com

@Line THAIPURCHASING

sendLINE

Comment