คาดอีก 5 ปีอุตฯเหล็กขาดแรงงานหนัก
สศอ.เผยภายใน 5 ปีข้างหน้า ขาดแรงงานหนัก 3 แสนคน โดยเฉพาะอุตฯผลิตชิ้นส่วนโลหะ ขาดแรงงานมากสุด จี้ผู้ประกอบการเร่งปรับใช้เครื่องจักรแทนแรงงาน นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์แรงงานในภาคอุตสาหกรรมว่า ได้สำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรมต่างๆ พบว่า อีก 5 ปีข้างหน้า (ปี 58-62) อุตสาหกรรมไทยจะขาดแคลนแรงงานฝ่ายผลิตประมาณ 300,000 คน จากปัจจุบันขาดแรงงานฝ่ายผลิต 34,716 คน เนื่องจากแรงงานภาคอุตสาหกรรม ย้ายไปสู่แรงงานภาคบริการมากขึ้น ซึ่งต้องการแนะนำให้ผู้ประกอบการปรับโครงสร้าง การผลิต โดยเพิ่มผลิตภาพแรงงาน และใช้เครื่องจักรภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ภายใน 3 ปี ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงาน และต้นทุนการผลิต “สศอ.คาดว่า การปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิต โดยการนำเครื่องจักร และระบบอัตโนมัติ เข้ามาใช้ในอุตสาหกรรม จะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ชัดภายใน 3 ปีข้างหน้านี้ เพราะสถานการณ์การแข่งขัน การลดต้นทุน และการหันไปผลิตสินค้าที่มีมูลค่าสูง จะเป็นแรงบีบให้ภาคอุตสาหกรรมหันมาลงทุนใช้เครื่องจักรอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้มากขึ้น เพราะถ้าไปเปลี่ยนเปลงไปในแนวทางดังกล่าว จะไม่สามารถสู้กับคู่แข่งทั้งในประเทศ และต่างประเทศได้ ซึ่งจะทำให้บรรเทาปัญหาแรงงานได้มากในอนาคต" ทั้งนี้ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมประเทศไทยมีจำนวนแรงงานในภาคอุตสาหกรรม 6,184,926 คน แบ่งเป็นแรงงานวิชาชีพ 1,102,464 คน และแรงงานฝ่ายผลิต 5,082,462 คน โดยแรงงานส่วนใหญ่จะอยู่ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมากที่สุด 957,998 คน รองลงมาเป็นอุตสาหกรรมยางและพลาสติก 571,607 คน และอุตสาหกรรมยานยนต์ 519,220 คน สำหรับแรงงานส่วนใหญ่เป็นแรงงานฝ่ายผลิต ขณะเดียวกันภาคอุตสาหกรรมไทยก็ขาดแคลนแรงงานฝ่ายผลิตมากที่สุดเช่นกัน ซึ่งแม้ว่าจะนำแรงงานต่างด้าวเข้ามากว่าล้านคนแล้ว ก็ยังขาดแรงงานอยู่ 34,717 คน อุตสาหกรรมที่ขาดแรงงานฝ่ายผลิตมากที่สุด คือ อุตสาหกรรมการผลิตภัณฑ์โลหะต่างๆ ขาดแรงงาน 6,482 คน รองลงมาคือ อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม 6,421 คนและอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม 4,538 คน โดยแรงงานที่ยังขาดแคลนส่วนใหญ่เป็นแรงงานประเภทมีฝีมือ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในภาพรวมประเทศไทยกำลังขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น แต่ขณะเดียวกันอัตราการว่างงานของคนไทยก็เพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากคนไทยนิยมเรียนในระดับปริญญาตรี มากกว่าระดับอาชีวะศึกษา ที่เป็นกลุ่มที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการสูงสุด ทำให้ผู้ที่จบปริญญาตรีมีอัตราการวางงานเพิ่มขึ้นมาก ส่วนแรงงานในระดับ ปวช.-ปวส. มีอัตราการว่างงานน้อยที่สุด นอกจากนี้ ภาคบริการก็มีส่วนสำคัญในการดึงดูดแรงงานออกจากภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากมี่ค่าจ้างสูงกว่า โดยในปี 2556 ภาคบริการมีค่าจ้างเฉลี่ย 17,623 บาทต่อเดือน ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมมีค่าจ้างเฉลี่ย 10,968 บาทต่อเดือน
ข้อมูลและรูปภาพ : http://www.dailynews.co.th/economic/335412 |
Comment
New!
ไลน์อัพงานสถาปนิก69
เตรียมพร้อมงานสถาปนิก 69
ASEAN Light + Design Expo 2025 ก้าวสู่อนาคตแสงสว่างและดีไซน์ ดึงผู้เชี่ยวชาญด้านแสงสว่าง ดีไซน์ และสมาร์ทลิฟวิ่งร่วมงานกว่า 5,000 ราย
สถาปนิก 68 ทบทวนทิศทาง Past Present Perfect
Popular
ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน
สินค้าส่งออกสำคัญ 10 อันดับแรกของไทย
การส่งกำลังโดยใช้สายพาน
ประเภทสกรูและน็อต อุตสาหกรรม





copyright © Tensho Co., Ltd.