ร้านอาหารเทพ! เอ็มบาสซี ปะทะ เอ็มควอเทียร์ ใครเจ๋งกว่ากัน?
รวมที่สุด 10 ร้านอาหารเทพ! 'เอ็มบาสซี' ปะทะ 'เอ็มควอเทียร์' ใครเจ๋งกว่ากัน?
เป็นคู่แข่งขันที่ฟัดกันดุเดือดเลือดพล่านกันทางตรงอย่างปฏิเสธไม่ได้ บี้กันทั้งการดีไซน์อลังการ การตกแต่ง ร้านรวง สิ่งอำนวยความสะดวก การจัดโปรโมชั่น การแย่งชิงกันจัดอีเวนต์ทอล์กออฟเดอะทาวน์ กระทั่งใช้ฮวงจุ้ยเข้าข่มกัน ร้านอาหารก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งซึ่งมีคนพูดถึง ที่ 2 ห้างดังมีการบลัฟกันดุเดือด ไทยรัฐออนไลน์ลงไปลุยพร้อมจับสุดยอดสวรรค์ของนักชิมของทั้ง 2 ห้างดัง 'เอ็มบาสซี' ของเซ็นทรัลกรุ๊ป และ 'ดิเอ็มควอเทียร์' กลุ่มเดอะมอลล์กรุ๊ป 10 ร้านสุดคูลมาประชันกัน เป็นร้านดังที่รับประกันว่าเจ๋งที่สุดของทั้งคู่เลยทีเดียว รวม 5 สุดยอดสวรรค์ของนักชิม แห่ง 'เอ็มบาสซี' ที่นี่ที่เดียวหลายคนชอบที่นี่เพราะเดินทางง่าย ไม่ต้องวุ่นวายเรื่องรถติด เชื่อว่า ทั้ง 2 ห้างดังคงคิดถึงความสะดวกในการเดินทางแทนลูกค้าเช่นกัน เราเดินสำรวจร้านอาหาร โดยจุดเด่นของ 'เอ็มบาสซี' คือร้านอาหารที่หาที่ไหนไม่ได้ เพราะมีที่นี่ที่เดียว อยากรู้ว่ามีร้านอะไรบ้าง ตามเรามา
1. MINIBAR แฮงก์เอาต์ สไตล์ฝรั่งเศส ในนิวยอร์กร้านแรกแนะนำสำหรับคนที่ชอบความเพลิดเพลินไปกับรสชาติและบรรยากาศอบอุ่นของร้านอาหารแฮงก์เอาต์สไตล์ฝรั่งเศสในนิวยอร์ก ผสมผสานกับความรู้สึกอบอุ่น จากอาหารอร่อยแบบโฮมเมดเครื่องดื่มสูตรสร้างสรรค์พิเศษ ผสมผสานความแปลกใหม่เข้าไปในสิ่งที่เราคุ้นเคยและผูกพัน ความรู้สึกอร่อยจากวัตถุดิบคัดสรรอย่างดีแบบโฮมเมดยังเป็นหัวใจหลัก จานโปรดประจำบ้านทั้งของเราและของเพื่อนๆ ที่หล่อหลอมความเป็นตัวตนของพวกเราขึ้นมา รวมไปถึงสูตรเด็ดยอดนิยมของแต่ละครอบครัวมาผ่านการตีความใหม่
แนะนำ มีทบอลยัดไส้ชีส มอสซาเรลล่า สูตรเด็ดของมินิบาร์คาเฟ่ ข้าวไข่ระเบิดที่ไม่ธรรมดาด้วยการห่อมาในไข่ที่โรยเป็นหรุ่มหอมนุ่มฟู เมนูลูกผสมอย่างตอร์ติชช่าหน้ากุ้งกับมันกุ้งพริกขี้หนู ลิ้นวัวตุ๋นจนนุ่มผัดกับอิตาเลียนเบซิล หอมฉุยเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนๆ ปลากะพงชิ้นหนากรอบนุ่มในราดพริกขี้หนูเสิร์ฟกับควินัว หรือของหวานอย่าง ราสพ์เบอร์รี่ช็อกโกแลต วอดก้า เมเปิ้ล แชมเปญค็อกเทลหวานซ่า โซดาน้ำ ผึ้งมะตูมที่ทำเอง ไปจนถึงมิลก์เชกหวานหอมฉ่ำ ลูกฟิกเชื่อมและน้ำผึ้ง เค้กเรดเวลเวต พุดดิ้งกล้วย กรานิต้า เฉาก๊วยสูตรใส่นมสามชนิด ขนมปังปิ้งชุ่มเนย เสิร์ฟกับ ครีม รสชาไทย หรือจะเป็นเค้ก ลาเวนเดอร์ หอมหวน เป็นต้น
2. Nabezo Premium เนื้อระดับเทพชาบูชาบูสุกี้ยากี้แบบญี่ปุ่นระดับพรีเมียม ในบรรยากาศร้านที่ตกแต่งสไตล์เรียบหรู เมนูเด่นของทางร้านเป็นเนื้อ Oumi ซึ่งเป็นเนื้อ Top3 ที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น และ Taraba Kani (King Crab) จากฮอกไกโด แล้วยังมีเนื้อ Wagyu หรือเนื้อหมู Kurobuta ซึ่งทางร้านจะเสิร์ฟเป็นเมนูคอร์ส เริ่มคอร์สด้วย Appetizer ที่คัดสรรเมนูและครีเอตโดยเชฟญี่ปุ่น, ชาบูชาบูหรือสุกี้ยากี้พร้อมกับเนื้อที่เลือก พร้อมกับผักสดกว่า 20 ชนิด, อาหารปิดท้ายที่เลือกได้ระหว่างอุด้ง ราเมง โซซุยข้าวต้มญี่ปุ่น หรือโอฉะทซึเกะ และขนมหวานระหว่างไอศกรีมสามรส ชิราตามะอันมิทซึวุ้นญี่ปุ่น หรือวาราบิโมจิรสชาเขียว
นอกจากนี้ที่ร้านยังมีเซตเมนูอาหารกลางวันที่เสิร์ฟในช่วงเวลา 11.00 – 14.00 น. ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ ซึ่งทุกเมนูเป็นเมนูที่ทำจากเนื้อโอมิ อย่างเมนู “Toubanyaki” (Japanese BBQ) เซตปิ้งย่างในเตาขนาดส่วนตัว ในเซตนี้จะพิเศษที่เสิร์ฟทั้งเนื้อโอมิและปูทาราบะ ให้ได้ลิ้มชิมรสชาติกันด้วย ที่ร้าน Nabezo Premium เราคัดสรรคุณภาพเนื้อและวัตถุดิบอย่างดีเยี่ยม ทุกเมนูไม่มีการใช้สารปรุงแต่งใดๆ เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกค้า เรายังเน้นคุณภาพของการบริการเพื่อการรับประทานอาหารอย่างมีความสุขของลูกค้าอีกด้วย
3. Tropical Monkey สวรรค์คนรักไอศกรีมร้านไอศกรีม ทรอปิคอล มังกี้ เกิดขึ้นจาก 2 พี่น้องที่หลงรักบรรยากาศในการทำขนมและไอศกรีมตั้งแต่เด็กๆ โดยคุณปุ๊ย พี่สาวมีโอกาสได้เดินทางไปต่างประเทศบ่อย มีประสบการณ์เกี่ยวกับวัตถุดิบในการทำอาหาร และขนมมากมาย รับหน้าที่ดูแลในส่วนของเมนูทั้งหมด รวมถึงเป็นผู้คิดค้นลองผิดลองถูกจนได้สูตรทำไอศกรีมเนื้อดี และคุณบุ้ง รับหน้าที่ออกแบบ และตกแต่งร้าน ร้านทรอปิคอล มังกี้ เป็นร้านไอศกรีมโฮมเมดแท้ๆ ที่นอกจากจะใช้วัตถุดิบที่ดี มีคุณภาพแล้ว ยังมีจุดเด่นในความหลากหลายของรสชาติที่มีให้เลือก 36 รสต่อวัน ซึ่งรสชาติจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปทุกๆ วันโดยรวมๆ แล้วมีมากกว่า 100 รสชาติ (บางรสชาติก็เกิดจากคำแนะนำของลูกค้า) รสชาติที่ลูกค้าลงความเห็นตรงกันว่าเป็นที่สุด คือ โอศกรีมชาโคล ซึ่งทางร้านใช้ผงถ่านไม้ไผ่นำเข้าจากญี่ปุ่นมาใช้เป็นส่วนผสมหลัก โดยเมนูของทางร้านส่วนใหญ่จะเน้นการจับคู่ไอศกรีม กับเบเกอรี่ที่ทางร้านก็ทำเอง สดใหม่เช่นกัน บรรยากาศภายในร้านถูกออกแบบให้เหมือนสวนหลังบ้าน อบอุ่นด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นหลัก และมีลิงน้อยหน้าทะเล้นสองตัวซึ่งเป็นตัวแทนเจ้าของร้านมารอต้อนรับลูกค้าอีกด้วย R&B (Red&Black) เป็นเมนูที่นำเสนอไอศกรีมชาโคลได้โดดเด่นที่สุด โดยจับคู่กับเรดเวลเวทครีมชีส วิปครีม และตัดรสด้วยสตรอเบอร์รี่สด
4. SIWILAI Rocket Coffeebar - เช้า กลาง วันเย็นสุดแสนพิเศษสำหรับ SIWILAI Rocket Coffeebar แล้ว อาหารไม่ใช่เพียงสิ่งจำเป็นเพื่อความอยู่รอดเท่านั้น แต่มันคือวัตถุดิบสดใหม่ที่ผ่านการตระเตรียมอย่างพิถีพิถัน ในบรรยากาศผ่อนคลายที่ SIWILAI Rocket Coffeebar ไม่ว่าจะเป็นอาหารเช้า เมนูอาหารค่ำที่มีให้บริการตลอดทั้งวัน หรือจะลองบรั๊นช์สำหรับมื้อสาย และเมนูอาหารเที่ยงที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ หลังจากช็อปปิ้งจนเหนื่อยลองมานั่งพักชมบรรยากาศเอาต์ดอร์ที่บัลโคนี่ภายในร้าน ชื่นชมวิวสวยของสถานทูตอังกฤษ แล้วละเลียดค็อกเทลนั่งทอดขาสบายๆ ดูวิวพระอาทิตย์ตกดิน หรือจะเป็นดินเนอร์มื้อพิเศษที่บัลโคนี่ ภายใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว และแสงไฟของมหานคร เมนูแนะนำ : ไข่ออร์แกนิก ที่ได้จากไก่ที่ถูกเลี้ยงในกลุ่มชาวเขาของประเทศไทย Salad Talad สลัดเต้าหู้เพื่อสุขภาพที่มีส่วนผสมของเบอร์รี่ หากต้องการอาหารเบาๆ ที่มาพร้อมกับรสชาติที่เผ็ดร้อนขึ้นมาหน่อย SIWILAI Rocket Coffeebar หากต้องการอาหารหนักขึ้นมาหน่อย แนะนำ Press Club แซนด์วิชเมนูใหม่ล่าสุด ที่ประกอบไปด้วยเนื้อหมูสันในอบเนื้อนุ่ม คอตโต้แฮม กูดาชีส มัสตาร์ด และผักต่างๆ เสิร์ฟในขนมปังเชียบัตต้า และที่พลาดไม่ได้คือ Summer Slices ผักย่างสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน เสิร์ฟกับหมูอบเนื้อนุ่ม และชีสสมุนไพรที่ทำจากนมแพะ Lax and Crunch แซลมอน dry-cure เสิร์ฟกับครีมชีสรสมะนาว ผักสลัด และมันฝรั่งทอดชิ้นโต พูดแล้วน้ำลายสอ
5. ชิกะลีเชียส ดีเสิร์ทบาร์ (Chikalicious) - ร้านขนมมาจากนิวยอร์กโดยมาเปิดที่ห้างเซ็นทรัลเอมบาสซีเป็นที่แรก ร้านที่กรุงเทพฯ ได้คงเอกลักษณ์ของร้านที่นิวยอร์กไว้ คือรูปแบบร้านที่เป็นบาร์ และเป็นครัวเปิด ลักษณะเช่นนี้ทำให้ลูกค้าสามารถนั่งดูเชฟทำงาน และสามารถสนทนากับเชฟได้ ร้านชิกะลีเชียสเสิร์ฟขนมที่ผสมผสานระหว่างอเมริกัน ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น โดยทางร้านจะเสิร์ฟขนมเป็นคอร์ส หนึ่งคอร์สประกอบด้วยขนมเรียกน้ำย่อยที่เรียกว่า อมิวส์ บูช ขนมหลักที่ลูกค้าสามารถเลือกได้จากเมนู และขนมตบท้ายที่เรียกว่า เพติต ฟู นอกเหนือจากขนมแล้ว ทางร้านยังมีบริการไวน์ที่คัดสรรมาให้เหมาะกับขนมหลักที่ลูกค้าเลือก เมนูแนะนำ Amuse เป็นขนมเรียกน้ำย่อย ทำให้ลูกค้ามีความอยากในการทานขนมเพิ่มขึ้น โดยในแต่ละวันเชฟจะจัดขนมจานนี้ไม่เหมือนกัน รวม 5 สุดยอดสวรรค์ของนักชิม แห่ง ดิ เอ็มดิสทริคหมดทางฝั่ง 'เซ็นทรัลเอ็มบาสซี' ไปแล้ว นั่งบีทีเอสเลยมาอีกไม่ไกล ก็จะมาถึง 'ดิ เอ็มควอเทียร์' เราเดินอยู่ไม่นานก็ถึงโซนอาหารของที่นี่ การตกแต่งเรียกได้ว่ามีสไตล์ ไม่แพ้คู่แข่ง มาดูกันว่ามีร้านคูลเท่ๆ อะไรบ้าง
1. อ่านว่า ฌาร์ม (Charm) อาหารอินโดจีนสุดเท่ก่อนจะเข้าไปร้านหลายคนยืนอ่านยืนเถียงว่าชื่ออ่านเป็นภาษาไทยว่าอะไร อ่านว่า 'ฌาร์ม' ร้านอาหารอินโดจีนของเซเลบริตี้สาวริก้า ดีล่า เซเลบฯ และนักธุรกิจสาวไฮเปอร์ เธอได้แรงบันดาลใจจากวิถีชีวิตผู้คนจากตะวันออกเฉียงใต้ ฌาร์มนำเสนอสูตรอาหารที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวที่เรียกได้ว่าใครมีโอกาสได้ไปสัมผัสจะพบกับคอนเซปต์ความเรียบง่าย แต่ทว่าแฝงด้วยความหรูหราผสมผสานกันอย่างลงตัว เมนูที่มาแล้วต้องชิม ได้แก่ “ยำใบชาดอง” เป็นอีกหนึ่งเมนูพื้นบ้านจากประเทศเมียนมา ประกอบไปด้วยส่วนผสมจากใบชาคัดพิเศษ ที่ทางร้านปรับรสชาติให้ถูกปากคนไทยแต่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นเอกลักษณ์ของต้นตำรับเดิม
2. แคร็บ แอนด์ คลอว์ (Crab & Claw) “ล็อบสเตอร์” ยักษ์ขอต้อนรับสู่ร้านอาหารที่สวยและโด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งในโซเชียลฯ 'แคร็บ แอนด์ คลอว์' รสชาติจากทะเลของนิวอิงแลนด์ สู่โต๊ะอาหารของ แคร็บ แอนด์ คลอว์ ที่นำคุณสู่ความสุขแห่งช่วงฤดูร้อน กับสุดยอดรสชาติและความสดใหม่ของอาหารทะเลจากแหล่งต้นตำรับชายฝั่งทะเล นิวอิงแลนด์ สู่เมนูหลากหลายที่รังสรรค์ เมนูแนะนำ จะเป็นอะไรไม่ได้นอกจาก “ล็อบสเตอร์” ยักษ์ ที่ทางร้านคัดสรรล็อบสเตอร์สดๆ เนื้อเหนียวนุ่มและมีความหวาน สามารถสั่งได้ทั้งแบบนึ่งหรือย่างเสิร์ฟพร้อมเนยก็อร่อยไม่แพ้กัน
3. โนว่า ทีรูม (Nova Tearoom) อร่อยเหมือนอยู่ลอนดอนร้านอาหารสไตล์ลอนดอนเนอร์ โมเดิร์นทีรูม คุณภาพฝีมือคนไทยแห่งแรก ซึ่งมีที่มาจากการเก็บเกี่ยวทุกความอร่อยจากกรุงลอนดอนสู่เมืองหลวงประเทศไทยดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหาร ด้วยวัตถุดิบชั้นดีที่เน้นรับประทานง่ายๆ แต่รับประกันคอนเฟิร์มได้ถึงความเอร็ดอร่อย เดลิเวอรี่ตรงมารวบรวมไว้ที่นี่ที่เดียว
เมนูฮิต : “Hot Mess” คุกกี้อบแบบ Half Baked หอมกรุ่นบนกระทะทองเหลืองขนาดน่ารัก ชุ่มฉ่ำด้วยดาร์คช็อกโกแลตเข้มข้น โรยหน้าด้วยสวิสอัลมอนด์บดกรุบกรอบ ราดตามด้วยช็อกโก้ซอส รับประทานคู่กับไอศกรีมวานิลลาหรือจะเลือกรสชาติตามใจชอบก็ได้
4. พอท มินิสทรี (Pot Ministry) “หม้อร้อน หม้อต้ม หม้ออบ หม้อนึ่ง”อันนี้แหละเหมาะสำหรับคนไทยที่สุด กับร้านอาหารไทยรสจัดจ้านที่นำเอกลักษณ์ของอาหารไทยทั้ง 4 ภาค เหนือ ใต้ ออก ตก มาพรีเซนต์ผ่าน “หม้อร้อน หม้อต้ม หม้ออบ หม้อนึ่ง” ที่รับประกันได้ว่ามาที่นี่ที่เดียวคุ้มค่าชนิดจะประทับใจในรสชาติชนิดต้องบอกต่อเลยทีเดียว เมนูแนะนำ : ไม่ใช่ฟุตบอลหรือมวย แต่เราจะมาบอกทีเด็ด เป็นอะไรไม่ได้นอกจากน้ำซุปทั้ง 4 ภาคอย่างเมนู “หม้อไฟ (ซุปภาคใต้)” ที่มีรสชาติเผ็ดร้อนจากขมิ้น ต้มส้ม พริก เสิร์ฟพร้อมผักตามฤดูกาลและอาหารทะเลสด ที่ทางร้านเน้นการคัดสรรวัตถุดิบอย่างดี ใหม่สดทุกวัน เพื่อให้รสชาติอาหารกลมกล่อมเข้ากันได้ดีกับน้ำซุปรสแซ่บ
5. ซาว่า ไดน์นิ่ง รูม (Sava Dining Room) อาหารเท่ ไม่หมูหลายคนรู้ว่าเป็นดีไซเนอร์ชื่อดังฝีมือระดับประเทศ แต่ไม่เคยรู้ว่าพี่หมู Asava ก็เปิดร้านอาหารด้วย กับร้านอาหารที่เน้นรสชาติที่คุ้นชิน นอกจากจะเติมเต็มความอร่อยแล้ว ยังสร้างความสุขให้เราอย่างน่าประหลาดใจ นี่เองคือที่มาของปรัชญาสำคัญในการรังสรรค์อาหารทุกๆ จานในเมนูของ ซาว่า ไดน์นิ่ง ร้านอาหารร้านแรกในเครือของ Asava Group ของดีไซเนอร์ชื่อดัง "พลพัฒน์ อัศวะประภา" หรือพี่หมู Asava ของน้องๆ นั่นเอง เมนูแนะนำ : “สปาเกตตีกะปิหมูฮ้อง” ที่นำเส้นสปาเกตตีผัดกับซอสกะปิ ราดความหวานด้วยหมูฮ้องอย่างลงตัว
และทั้งหมดนี้คือสุดยอดร้านอาหารที่ 2 ยักษ์ใหญ่ เอ็มบาสซี กับเอ็มควอเทียร์งัดกลยุทธ์มาประชันกันอย่างน่าดูชม
ข้อมูลและรูปภาพ : http://www.thairath.co.th/content/516110 |
Comment
New!
ไลน์อัพงานสถาปนิก69
เตรียมพร้อมงานสถาปนิก 69
ASEAN Light + Design Expo 2025 ก้าวสู่อนาคตแสงสว่างและดีไซน์ ดึงผู้เชี่ยวชาญด้านแสงสว่าง ดีไซน์ และสมาร์ทลิฟวิ่งร่วมงานกว่า 5,000 ราย
สถาปนิก 68 ทบทวนทิศทาง Past Present Perfect
Popular
ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน
สินค้าส่งออกสำคัญ 10 อันดับแรกของไทย
การส่งกำลังโดยใช้สายพาน
ประเภทสกรูและน็อต อุตสาหกรรม




























copyright © Tensho Co., Ltd.