เทียบแผนเศรษฐกิจ ปู VS ตู่ เหมือนหรือต่าง?
รถ-บ้านหลังแรก เงินสดทันใจ 0%! เทียบแผนเศรษฐกิจ ปู VS ตู่ เหมือนหรือต่าง?
แม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า นโยบายรัฐบาลประยุทธ์ไม่ใช่ประชานิยม แต่กระนั้นก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า รัฐบาลประยุทธ์ไม่จำเป็นต้อง้อเียงขานรับจากประชาชน เพราะบางนโยบายของรัฐบาลบิ๊กตู่มุ่งเน้นตอบสนองความต้องการของประชาชน ซึ่งไม่ได้มาในรูปแบบของคะแนนเสียง แต่มาในลักษณะของความนิยมชมชอบจากประชาชน อันเป็นสิ่งที่รัฐบาลประยุทธ์ให้ความสำคัญไม่แพ้สิ่งใด... ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จับเทียบนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาลประยุทธ์ ชนด้วยนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จะเป็นประชานิยม “ตู่” โคลนนิ่ง “ปู” หรือไม่ ต้องดู!
รถคันแรก...บ้านหลังแรก ความเหมือนที่แตกต่าง รถคันแรก รัฐบาลยิ่งลักษณ์ : ยุคทองแห่งอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย มาตรการคืนภาษีสรรพสามิตรถยนต์คันแรกวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท โดยรถยนต์ที่ซื้อต้องมีราคาขายปลีกไม่เกินคันละ 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นรถยนต์นั่งขนาดความจุกระบอกสูบไม่เกิน 1,500 ซีซี รถยนต์กระบะหรือปิกอัพและรถยนต์นั่งกึ่งบรรทุกหรือดับเบิลแค็บ และจะต้องเป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นในประเทศ จากเดิมที่คาดว่า จะมีผู้มาใช้สิทธิ์รถคันแรก 5 แสนคัน แต่ปรากฏว่ามีผู้ขอเข้าร่วมโครงการนี้กันอย่างถล่มทลายเกินความคาดหมาย โดยเฉพาะรถรุ่นประหยัด หรืออีโค คาร์ จนทำให้บริษัทรถยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วน และอะไหล่ยานยนต์มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ พร้อมดึงธุรกิจกลุ่มบริษัทประกันวินาศภัย สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ เติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ในขณะที่ ถนนยังมีเท่าเดิม เพิ่มเติมคือรถมากขึ้น จึงทำให้การจราจรในกรุงเทพฯติดขัดเป็นบ้าเป็นหลัง และผลกระทบสำคัญที่ตามมาก็คือ เจ้าของรถใหม่ป้ายแดงทั้งหลายผ่อนไม่ไหว และหากถูกยึดจะโดน 2 เด้งคือ 1.ใช้หนี้ไฟแนนซ์ให้ครบ 2.เอาเงินคืนรัฐ เพราะถือว่าทำผิดกติกา ดังนั้น โครงการรถคันแรก จึงสร้างภาระหนี้ให้แก่ภาคประชาชน และเขย่าเศรษฐกิจภาพรวมประเทศอย่างหนัก เพราะควันหลงจากโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรกของรัฐบาลปูนั้น ทำให้เกิดปรากฏการณ์ตลาดรถยนต์เมืองไทยล้นสต๊อก ทั้งรถเก่ารถใหม่จอดนิ่งคาเต็นท์ การผลิตอุตสาหกรรมรถยนต์ติดลบอย่างหนัก ชะลอตัวต่อเนื่องหลายไตรมาส และสูญเงินงบประมาณเกือบแสนล้าน
สำหรับอัตราดอกเบี้ยปีแรกคิดร้อยละ 3.50 ต่อปี ปีที่ 2 ร้อยละ 4.25 และปีที่ 3 จนถึงตลอดอายุสัญญา กรณีลูกค้าสวัสดิการ คิดอัตราดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ ลบร้อยละ 1 และกรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป คิดเอ็มอาร์อาร์ลบร้อยละ 0.75 ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ อยู่ที่ร้อยละ 6.75 ผู้ที่ขอกู้เมื่อผ่านการพิจารณาแล้วจะต้องถือครองไม่ต่ำกว่า 5 ปี จึงจะสามารถรีไฟแนนซ์ได้ ส่วนกู้เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุด เพื่อปลูกสร้างอาคารหรือซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างอาคาร ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 30 ปี โดยให้ยื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมได้ภายในระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2558 “แม้จะกระทบกับการจัดเก็บภาษีของภาครัฐ โดยเฉพาะมาตรการลดค่าจดทะเบียนการโอนและค่าจดจำนองอสังหาริมทรัพย์ ที่อาจทำให้รายได้ของรัฐหายไปราว 15,000 ล้านบาท แต่ถ้าเศรษฐกิจฟื้นตัวได้เร็ว เงินจากภาษีประเภทอื่นๆ จะเข้ามาทดแทน” นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ กล่าวถึงสิ่งที่หลายฝ่ายกังวล
จำนำข้าว รัฐบาลยิ่งลักษณ์ : นโยบายจำนำข้าวขาวทุกเม็ด ที่ราคา 15,000 บาทต่อตัน และ 20,000 บาทต่อตันสำหรับข้าวหอมมะลิ นโยบายประชานิยมอันเป็นที่โจษจันในสังคมไทยว่า จำนำข้าวคือ หายนะการคลังของประเทศอย่างแท้จริง เหตุเพราะโครงการรับจำนำข้าว เอื้อต่อการทุจริตในทุกขั้นตอน บิดเบือนกลไกตลาดอย่างร้ายแรง มิหนำซ้ำยังทำลายความสามารถการแข่งขันในอุตสาหกรรมของข้าวไทยให้อ่อนแอลง อีกทั้ง รัฐยังต้องรับภาระในการสต๊อกข้าวและรักษาคุณภาพข้าวจำนวนมาก จนนำมาสู่ความสูญเสียด้านการคลังของชาติอย่างมหาศาล
โดย สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ได้ดำเนินการติดตามประเมินผลมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยปีการผลิต 2557/58 มาตรการชดเชยรายได้ให้เกษตรกรผู้ผลิตข้าวไร่ละ 1,000 บาท สูงสุดรายละ 15,000 บาท พบว่า เกษตรกร 55% พอใจมาก, 36% พอใจปานกลาง และ 9% พอใจน้อย เนื่องจากเงินที่ชดเชยมีจำนวนน้อยเกินไป
กองทุนหมู่บ้าน รัฐบาลยิ่งลักษณ์ : นโยบายของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่ต้องการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการพัฒนาอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจระดับรากหญ้า และบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน โดยเพิ่มทุนให้หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอีกแห่งละ 1 ล้านบาท โดยนักวิชาการหลากฟากฝ่าย ออกมาแสดงความกังวลในมาตรการดังกล่าวว่า อาจนำมาสู่พฤติกรรมการก่อนหนี้ซ้ำซ้อนต่อเนื่อง และผู้กู้นำเงินทุนไปลงทุนในกิจการที่เป็นประโยชน์จริงๆหรือ เพราะที่ผ่านมา กองทุนหมู่บ้าน ถูกนำไปใช้ซื้อสิ่งของฟุ่มเฟือยที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เช่น รถจักรยานยนต์ โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น จึงทำให้เป็นภาระต่องบประมาณของภาครัฐ และเป็นสร้างหนี้สินครัวเรือนให้เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาความยากจนนั้น เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ต้องแก้จากหลายมิติ และไม่สามารถแก้ไขด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง
กองทุนหมู่บ้าน รัฐบาลประยุทธ์ : รัฐบาลทหารหาญเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อัดฉีดเงินเข้ากองทุนหมู่บ้านวงเงิน 60,000 ล้านบาท โดยแหล่งเงินมาจากธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) คิดอัตราดอกเบี้ย 0% เป็นระยะเวลา 2 ปี จากระยะเวลาดำเนินการทั้งหมด 7 ปี โดยคาดว่าจะปล่อยกู้ได้ครบวงเงิน 60,000 ล้านบาท ภายในเดือนพฤศจิกายน 2558 นี้
โดยให้ธนาคารออมสินกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รับผิดชอบวงเงินธนาคารละ 30,000 ล้านบาท ปล่อยกู้แก่กองทุนหมู่บ้านฯ ที่ได้รับการจัดชั้นเป็นกองทุนระดับ A และ B หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท โดยใน 2 ปีแรก เป็นระยะปลอดดอกเบี้ย
|
Comment
New!
ไลน์อัพงานสถาปนิก69
เตรียมพร้อมงานสถาปนิก 69
ASEAN Light + Design Expo 2025 ก้าวสู่อนาคตแสงสว่างและดีไซน์ ดึงผู้เชี่ยวชาญด้านแสงสว่าง ดีไซน์ และสมาร์ทลิฟวิ่งร่วมงานกว่า 5,000 ราย
สถาปนิก 68 ทบทวนทิศทาง Past Present Perfect
Popular
ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน
สินค้าส่งออกสำคัญ 10 อันดับแรกของไทย
การส่งกำลังโดยใช้สายพาน
ประเภทสกรูและน็อต อุตสาหกรรม

















copyright © Tensho Co., Ltd.