จัดซื้อเมล์ NGV ล่ม! ทีโออาร์ ขัดก.ม.-บ.ชนะประมูลโอดเสียหาย จ่อฟ้อง บอร์ด ขสมก.ยกเลิกประมูลจัดซื้อเมล์เอ็นจีวี 489 คัน หลังตรวจพบทีโออาร์ ขัด พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ จ่อเปิดรอบใหม่ ม.ค. 59 ด้านบริษัทชนะประมูลเตรียมฟ้องร้อง ทำเสียหาย มั่นใจไม่แพ้คดีแน่...
เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 58 นางปราณี ศุกระศร รักษาการ ผอ.องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ขสมก. มีมติให้ยกเลิกประมูลจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน เนื่องจากคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (กวพ.อ.) ตั้งข้อสังเกตว่า ร่างเอกสารการจัดซื้อจัดจ้าง (ทีโออาร์) ที่ ขสมก. จัดทำขึ้น ขัดกับมาตรา 26 ของ พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ในประเด็นเกี่ยวกับการแปลเอกสารภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทย โดยกฎหมายฉบับดังกล่าวกำหนดให้ผู้เข้าร่วมประมูลที่ยื่นเอกสารประกอบการประมูลเป็นภาษาต่างประเทศ จะต้องแปลเอกสารให้เป็นภาษาไทย และต้องมีการรับรองความถูกต้องเนื้อหาโดยสถานทูตไทยในประเทศที่เป็นเจ้าของภาษาในเอกสารเท่านั้น แต่ทีโออาร์ของ ขสมก. กลับกำหนดให้สถานทูตไทยในประเทศไทยเป็นผู้รับรองเอกสารได้ ซึ่งขัดแย้งกับกฎหมาย
นอกจากนี้ กวพ.อ. ยังเห็นว่า หลักเกณฑ์เกี่ยวการนำเสนอผลงานของบริษัทร่วมค้าในร่างทีโออาร์ของ ขสมก. ไม่ได้ระบุชัดเจนว่า ให้นำเสนอผลงานของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ทำให้ ขสมก. อาจจะต้องใช้ดุลพินิจในการพิจารณาตัดสินใจคัดเลือกผู้ชนะการประมูล ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายหากวินิจฉัยผิดพลาด ขณะที่ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี มีการระบุชัดเจนว่า ให้ใช้ผลงานของบริษัทใดบริษัทหนึ่งเท่านั้น “สาเหตุที่ต้องยกเลิกประมูล เพราะว่าร่างทีโออาร์ไม่เป็นไปตามกฎหมายภายในของประเทศ จึงต้องยกเลิกประมูลไปก่อน ขณะนี้ได้แจ้งไปยังบริษัท ช.ทวี ดอลลาเซียน จำกัด (มหาชน) ว่า ขสมก. ขอยกเลิกการประมูลไปก่อนและจะแจ้งเป็นประกาศยกเลิกประมูลอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า” นางปราณี ระบุ
นอกจากนี้ยังกล่าวอีกว่า จากการหารือกับบริษัท ช.ทวี ดอลลาเซียน ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรหลังถูกยกเลิกประมูล ถือว่ามีแนวโน้มที่ดี โดยล่าสุดยังไม่มีการฟ้องร้อง ขสมก. แต่หากมีการฟ้องร้องต้องดูประเด็นใด จึงจะตอบได้ว่า ขสมก. จะสามารถเปิดประมูลรอบใหม่ได้หรือไม่ หากคดีอยู่ในชั้นศาล ซึ่งหากไม่มีปัญหาอะไร ขสมก. จะตั้งคณะกรรมการร่างทีโออาร์เพื่อเปิดให้มีการประมูลรอบใหม่ในเดือน ม.ค. 59 และเซ็นสัญญาได้ในเดือน มี.ค.
ด้าน นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช.ทวีดอลลาเซียน เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า แนวโน้มของบริษัทในขณะนี้ คาดว่าจะมีการฟ้องร้อง ขสมก. เพื่อรับผิดชอบความเสียหาย เนื่องจากพบว่าสาเหตุของการยกเลิกเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของทีโออาร์ที่คณะกรรมการชุดต่าง ๆ ของ ขสมก. จัดขึ้น ในการร่างรายละเอียด และไม่ได้ถือเป็นเป็นผิดของบริษัท ทั้งนี้ ความล่าช้าของโครงการดังกล่าว ยังสร้างความเสียหายให้กับบริษัท จากเดิมที่คาดว่าปีนี้จะมีผลประกอบการเติบโตถึง 10% ปรับลดการเติบโตเหลือเพียง 2–3% เพราะบริษัทจัดเตรียมพื้นที่ภายในโรงงาน อุปกรณ์และพนักงานเตรียมไว้เพื่อเร่งดำเนินการประกอบรถเมล์เอ็นจีวีให้กับ ขสมก. “กระบวนการเคาะราคาแล้วเสร็จมาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาและยืดเยื้อมากว่าครึ่งปีก็ยังไม่มีความชัดเจน ทำให้เสียเวลาไปค่อนข้างมาก แต่ท้ายที่สุดความผิดพลาดกลับเกิดขึ้นจากกระบวนการร่างทีโออาร์เองซึ่งไม่ใช่ความผิดของบริษัท ดังนั้นจึงมีสิทธิ์ที่จะฟ้องร้อง เพราะมั่นใจว่าจะไม่มีทางแพ้แน่นอน สำหรับกรณีที่ทาง ขสมก. เตรียมเปิดประมูลโครงการอีกครั้งในต้นปีหน้า ทางบริษัทก็อยากให้มีการประมูลเพราะจะเกิดประโยชน์กับประชาชน แต่ในส่วนของจุดยืนบริษัทตอนนี้ยังลังเลว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ เพราะหากมีบริษัทชนะการประมูลและมีการร้องเรียนอีกก็จะเข้าปัญหาเดิม และตอนนี้บริษัทก็ขาดความเชื่อถือในรัฐบาลแล้ว เพราะโครงการประมูลรถเมล์นี้จัดเป็นโครงการนำร่องในสัญญาคุณธรรม แต่ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่งบอกว่ารัฐบาลขาดคุณธรรมไม่น่าเชื่อถือ” นายสุรเดช กล่าว. ข้อมูลและรูปภาพ : http://www.thairath.co.th/content/542243 |