เอกชนจี้แบงก์ชาติดูแลค่าเงิน ห่วงเงินบาทแข็งค่าทะลุ...

1.3K



เอกชนจี้แบงก์ชาติดูแลค่าเงิน ห่วงเงินบาทแข็งค่าทะลุ 35 บาท/เหรียญสหรัฐ ฉุดขีดแข่งขันสู้ประเทศอื่นยาก

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ภาคเอกชนเริ่มกังวลต่อสถานการณ์ค่าเงินบาท เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาค่าเงินบาทของไทยแข็งค่ามากขึ้น เมื่อเทียบกับค่าเงินของประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกัน ทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกของไทยเสียเปรียบประเทศคู่แข่ง เนื่องจากสินค้าไทยมีราคาแพงขึ้น ทั้งนี้ ปัจจุบันค่าเงินบาทไทยได้แข็งค่าขึ้นมาอยู่ระดับ 35 บาท/เหรียญสหรัฐ หรือแข็งค่ามากขึ้นจากช่วงต้นปีที่ค่าเงินบาทอยู่ระดับ 36 บาท/เหรียญสหรัฐ จึงอยากให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้ามาดูแลค่าเงินบาทอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ ในวันที่ 4 เมษายน 2559 กกร.จะมีการประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจไทยทั้งหมด รวมถึงการติดตามสถานการณ์ภัยแล้งว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในระดับใด โดยส่วนตัวประเมินว่าเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ปีนี้จะขยายตัวเพิ่มขึ้น 3-3.5% ตามที่คาดการณ์ไว้ แต่อาจจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับ 3% มากกว่า โดยมีปัจจัยหลักมาจากภัยแล้งที่ทำให้ผลผลิตสินค้าเกษตรได้รับความเสียหายอย่างหนัก

            อย่างไรก็ตาม ทางด้านนายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า แนวโน้มในอนาคตประเทศต่างๆ จะมีการจัดทำข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เพื่อเปิดเสรีด้านการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุนระหว่างกันเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหากผู้ประกอบการไทยจะเข้าไปใช้ประโยชน์จากข้อตกลงเอฟทีเอ ควรเตรียมความพร้อมพัฒนาสินค้าและบริการให้มีมาตรฐาน ใช้นวัตกรรมในการขับเคลื่อน สำหรับการใช้สิทธิเอฟทีเอในปี 2558 มีผู้ประกอบการมาขอใช้สิทธิส่งออกมูลค่า 5.05 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 2.03% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2557 คิดเป็นสัดส่วนการใช้สิทธิ 72.21% ของมูลค่าส่งออกของรายการสินค้าที่ได้รับสิทธิที่มีมูลค่า 6.99 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ ล่าสุด ไทยมีการทำเอฟทีเอกับประเทศทั่วโลกทั้งหมด 12 ความตกลงภายใต้กรอบอาเซียนและไทย เช่น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เปรู ชิลี เป็นต้น


ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ ทูเดย์

sendLINE

Comment