หนุนลงทุนอาเซียนดันส่งออก 'เครื่องนุ่งห่ม'

2.3K



หนุนลงทุนอาเซียนดันส่งออก เครื่องนุ่งห่ม

หนุนลงทุนอาเซียนดันส่งออก เครื่องนุ่งห่ม

นายถาวร กนกวลีวงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย เปิดเผยว่า แม้ว่าการส่งออกเครื่องนุ่งห่มในเดือนมกราคม 2559 มีมูลค่า 208.62 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 8.26% เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2558 ซึ่งมีมูลค่า 227.40 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่สมาคมยังตั้งเป้าหมายผลักดันการ ส่งออกเครื่องนุ่งห่มในปี 2559 ให้ขยายตัว 5% จากปี 2558 คิดเป็นมูลค่า 2,800 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยสมาคมเตรียมแผนการทำตลาดและยุทธศาสตร์การค้า โดยจะใช้อาเซียนเป็นศูนย์กลางด้านการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก และมุ่งการสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในอาเซียนเพื่อขยายการผลิต เปิดบริษัท ขยายสาขา เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับผู้ส่งออก สามารถเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในระยะยาว 3-5 ปี อีกทั้งเป็นการลดความเสี่ยงให้กับผู้ส่งออกได้ด้วย โดยปัจจุบันมีเอกชนที่เข้าไปลงทุนในอาเซียนแล้ว 23 รายกว่า 32 โรงงาน ซึ่งขณะนี้ผู้ประกอบการที่ไปลงทุนได้ขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น เพื่อการส่งออกไปยังประเทศที่ 3 สำหรับแนวทางดำเนินกลยุทธ์นี้ ในช่วงเริ่มต้น ทางสมาคมเห็นว่าควรต้องสร้างความต้องการสินค้าให้กับผู้บริโภคในตลาดอาเซียนให้มากขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคในตลาดอาเซียนซื้อ ให้ความสำคัญกับการซื้อสินค้าที่มีคุณภาพดี และมีมูลค่าสูง โดยจะต้องเชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้ใช้สินค้าเข้าด้วยกัน ซึ่งที่ผ่านมาสมาคมได้นำคณะเข้าร่วมงานแสดงสินค้า Top Thai Brands ที่จัดโดยกระทรวงพาณิชย์ ในประเทศเวียดนาม เมียนมา ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยหลังจากนี้สมาคมมีแผนจะเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ เช่น ในเร็ว ๆ นี้จะไปร่วมงาน Top Thai Brands ที่ประเทศฟิลิปปินส์ เวียดนาม จีน ลาว เป็นต้น โดยภายในงานจะมีการเปิดการเจรจาการค้าด้วย

อย่างไรก็ตาม สำหรับตลาดยุโรปและตลาดสหรัฐฯ ยังเป็นตลาดหลักที่มีความสำคัญ จำเป็นต้องรักษาฐานลูกค้าไว้ โดยผู้ส่งออกปรับตัวในการทำตลาดกลุ่มนี้ จากเดิม ผู้ส่งออกส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่รับจ้างผลิต แต่เพื่อให้รักษาฐานลูกค้าไว้ให้ได้ ผู้ส่งออก ได้ปรับตัวทำตลาดแบบครบวงจรมากขึ้น ทั้งการออกแบบ การผลิต ตลอดจนการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพของผู้ส่งออก และสร้างความมั่นใจให้กับผู้นำเข้าด้วย


ที่มา: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ
ที่มาภาพ:
studyatoz.com

sendLINE

Comment